ปวดหลัง ปวดหลังร้าวลงขา กระดูกทับเส้น
รักษาได้ ไม่ต้องผ่าตัด เห็นผลถาวร
ด้วยเทคนิคการนวดสลายจุดปวดในกล้ามเนื้อ (trigger point)
และ สลายพังผืด (adhesions)

รักษาจากต้นเหตุที่แท้จริง เห็นผลได้จริง
ไม่เป็นปัญหาเรื้อรังต่อไปในอนาคต

จุดปวดในกล้ามเนื้อ (Trigger point) และพังผืด (Adhesions) เกี่ยวข้องยังไงกับอาการปวดหลัง และ โรคกระดูกทับเส้น?

จุดปวดในกล้ามเนื้อ (Trigger point) คือ ปมกล้ามเนื้อที่หดตัวแล้วไม่ยอมคลายออก ส่งผลทำให้กล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวเกิดอาการปวด ตึง และหากปล่อยไว้นานวันโดยไม่ได้รับการแก้ไข ร่างกายก็จะเริ่มสร้างพังผืด (Adhesions) มาปกคลุมบริเวณดังกล่าว

เมื่อพังผืดได้เกาะคลุมลามไปบริเวณรอบๆ ก็จะทำให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นเกิดความยึดรั้ง ไม่ยืดหยุ่น และค่อยๆ อ่อนแอลง หดเกร็งง่ายผิดปกติ เกิดการบาดเจ็บง่ายขึ้น และเมื่อมีการบาดเจ็บเพิ่ม ก็จะมี trigger point เกิดขึ้นมาอีก เมื่อมี trigger point มากๆ เข้า กล้ามเนื้อบริเวณนั้นจะเกร็งตัวมากหดรั้งมาก และสามารถดึงให้หมอนรองกระดูกที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเคลื่อนตัวออกจากแนวเดิม มากดทับเส้นประสาทบริเวณนั้นๆ หรือที่เรียกว่าโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ซึ่งก็คือ อาการปวดหลังร้าวลงขา ปวดหลังชาลงขา นั่นเอง

สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดจุดปวดในกล้ามเนื้อ (trigger point)

  • การยกของหนัก ดึงของหนัก ยกของผิดท่า แล้วหลังยอก
  • การใช้กล้ามเนื้อในท่าเดิมซ้ำๆ นานๆ เช่น การนั่งทำงานนานๆ
  • การออกกำลังกายที่หนักเกินไป การออกกำลังกายผิดท่า หรือการออกกำลังกายโดยที่ไม่มีการวอร์มกล้ามเนื้อก่อน
  • การยกเวท
  • อุบัติเหตุ เช่น การลื่นล้มกระแทก การโดนชน การตกจากที่สูง เป็นต้น

คำบอกเล่าส่วนหนึ่งจากผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา

การนวดสลายจุดปวดในกล้ามเนื้อ (Trigger point) และสลายพังผืด (Adhesions) คือการนวดที่มุ่งเป้าไปกำจัดต้นเหตุที่แท้จริงของอาการปวด เมื่อต้นเหตุที่แท้จริงของปัญหาถูกแก้ออกไปจนหมด (ซึ่งอาจจะต้องนวดมากกว่า 1 ครั้ง) อาการปวดก็จะหายไปถาวร

ข้อดีของการรักษาด้วยวิธีการนวดสลายจุดปวดในกล้ามเนื้อและพังผืด

แก้จากต้นเหตุของอาการ

เห็นผลถาวร (เมื่อมาจนครบการรักษา)

ไม่ต้องผ่าตัด

ไม่ต้องกินยาไปตลอดชีวิต

ไม่เรื้อรังต่อไปในอนาคต

สามารถกลับไปชีวิตได้ทุกอิริยาบถที่ต้องการ ออกกำลังกาย เล่นกีฬา วิ่ง ก้ม กระโดด ไม่ต้องมีข้อจำกัดในการใช้ชีวิต

"ปวดหลัง อย่าปล่อยทิ้งไว้.. รีบรักษาโดยเฉพาะถ้าเพิ่งเป็นควรรีบแก้จะยิ่งเห็นผลไว ไม่เรื้อรังจนเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต"

รีวิวจากผู้เข้ารับการรักษา

หากคุณ...

  • ไม่อยากตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการปวดอีกต่อไป
  • ไม่อยากทรมานกับในทุกๆ อิริยาบถที่ทำ เดิน นั่ง ยืน นอน
  • ไม่อยากเสียเวลา เสียเงินทองมากมาย เพื่อลองผิดลองถูก ในการรักษา
  • ไม่อยากเสียสุขภาพจิตกับอาการปวดที่มีอยู่
  • ไม่อยากเป็นภาระให้แก่คนรอบข้างทั้งในตอนนี้และต่อไปในอนาคต

และถ้าหากคุณ...

  • อยากกลับไปทำงานได้เหมือนเดิม หาเงินได้เต็มที่ เพราะร่างกายกลับมาเป็นปกติ
  • อยากกลับไปออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่คุณรักได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง
  • อยากกลับไปอุ้มลูก อุ้มหลาน เล่นกับลูกหลานได้อย่างมีความสุข
  • อยากกลับไปมีความสุขในชีวิตอีกครั้ง ปลอดจากอาการปวดทั้งปวง...

"อย่าปล่อยให้อาการปวด มาทำลายความสุขในชีวิตคุณ"

FAQ

  1. ถ้านวดจนครบตามที่นัด ผู้ป่วยจะไม่กลับมาปวดอีกเลย ยกเว้นเสียแต่ว่า ผู้ป่วยจะไปทำอะไรให้เกิดการบาดเจ็บอีกครั้ง เช่น ไปล้มกระแทกมาอีกครั้งหรือ ไปยกของหนักผิดท่าอีกครั้ง เป็นต้น
  1. ขึ้นอยู่กับว่า มีอาการสะสมมานานแค่ไหน ถ้าสะสมมาไม่เกิน 3 ปี จะนวดไม่เกิน 5 ครั้ง แต่ถ้าเป็นสะสมมานานกว่านั้น (บางท่านไม่รู้ตัว) ก็ต้องเพิ่มจำนวนครั้งในการนวดเข้าไปอีก
  2. ผู้ป่วยบางท่านเคยเป็นแล้วหายแล้วลืมไปแล้ว ดังนั้นถ้าจะนับว่าเป็นสะสมมานานแค่ไหน ต้องนับจากครั้งแรกสุดที่เคยมีอาการ ถึงแม้ว่าจะเคยเป็นแล้วหายไปแล้วก็ตาม เพราะว่า trigger point ตัวเดิมยังคงมีอยู่ เพียงแต่ไม่ได้แสดงอาการขึ้นมาเท่านั้น
  1. ที่นี่นวดหวังผลเพื่อหาย ไม่ได้นวดผ่อนคลาย เวลานวดเจ็บนะครับ ไม่ได้นวดแรง ไม่มีเหยียบ ไม่มีดัด ดึง หัก กระชากใดๆ เวลานวดจะมีไม้เล็กไว้เขี่ยๆ สะกิดๆ แต่ผู้ป่วยจะรู้สึกเจ็บค่อนข้างมากนะครับ ถ้าทนเจ็บได้ ส่วนใหญ่จะหาย เพราะจะมาครบตามนัด แต่ถ้าทนเจ็บไม่ได้ จะมาแค่ครั้งเดียวครับ
  2. ที่นี่นวดห่างเดือนละ 1 ครั้ง ถ้านวดแล้วได้ผลดี ก็ไม่ต้องเข้ามาทุกเดือน ให้รอจนกว่าจะมีอาการกลับมา แล้วค่อยมานวดครั้งต่อไป จะนวดห่างก็ไม่เป็นไร ยังไงก็หาย ตราบใดที่ยังมาจนครบ แต่หากนวดไปแล้วยังปวดเหมือนเดิม นั่นแปลว่า ผู้ป่วยยังมี trigger point ในกล้ามเนื้ออยู่อีกจำนวนมาก ก็ยังจำเป็นที่จะต้องนวดสลายไปเรื่อยๆ เดือนละ 1 ครั้งครับ
  3. ระยะเวลาในการนวดแต่ละครั้งจะไม่เกิน 40 นาที แต่หากผู้ป่วยมาด้วยอาการที่หนักมาก ก็นวดเกินเวลานะครับ
  4. ที่นี่นวดเน้นแก้ให้หายจากต้นเหตุ ถอนรากถอนโคนออกเลย เพื่อป้องกันไม่ให้มีการลุกลามต่อในอนาคต ดังนั้นต้องให้เวลาในการรักษากันหน่อยนะครับ (โดยเฉลี่ย 2-7 เดือน) ถ้าอยากได้แบบปุบปับแล้วดีเลย แนะนำให้ไปผ่าครับ
  5. การนวดของที่นี่ ไม่มีอันตรายใดๆ กับร่างกายครับ นวดมาเป็นหมื่นๆ คนแล้ว ไม่เคยมีใครเป็นอะไร มากสุดคืออาจจะมีรอยเขียวช้ำเยอะถ้านวดบริเวณที่มีไขมันมากๆ เช่น บริเวณ ก้น ต้นขา หรือต้นแขน ครับ แต่เดี๋ยวก็จางไปเอง ไม่ได้อันตรายอะไร
  6. ค่าใช้จ่าย ครั้งละ 2100 บาท ที่นี่มีตรายางและใบเสร็จรับเงินแบบเขียน บางบริษัทสามารถนำไปเบิกได้

ผู้ป่วยที่ต้องการที่จะนวดรักษาที่นี่

  1. ต้องทนเจ็บได้ ถ้าทนไม่ได้ ผู้ป่วยจะมาแค่ครั้งเดียว ซึ่งก็จะยังไม่หาย
  2. ต้องไม่กังวลเรื่องอาการเขียวช้ำ (อาจจะมีเขียวช้ำถ้านวดบริเวณที่มีไขมันเยอะๆ ได้แก่ ก้น ต้นขา สะโพก ต้นแขน) แต่ไม่มีอันตรายใดๆ และสามารถจางลงไปเองได้ใน 1-3 สัปดาห์
  3. ต้องใจเย็น เพราะการนวดแก้ต้องอาศัยเวลา (เฉลี่ย 2-7 เดือน) ถ้าใจร้อนอยากหายเร็วๆ แนะนำให้ไปผ่าตัด
  4. ต้องรับฟัง อ่านรายละเอียด และพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่อธิบายไป ผมจะแจ้งรายละเอียดทุกอย่างให้ทราบตั้งแต่ตอนที่ผู้ป่วยติดต่อขอปรึกษา แจ้งอีกรอบก่อนทำการนวดรักษา และแจ้งอีกครั้งหลังนวดเสร็จ ผู้ป่วยที่รับฟังจะเข้าใจวิธีการนวด และอาการที่จะเกิดขึ้นหลังการนวดในแต่ละครั้ง แต่ผู้ป่วยที่มีอคติ จะไม่รับฟัง แล้วจะคิดไปเองว่า นวดแล้วไม่หาย แล้วก็จะไม่มานวดให้ต่อเนื่อง ซึ่งมันก็จะไม่หายครับ
  5. ต้องเป็นคนที่มุ่งมั่นอยากหาย มีความหนักแน่นไม่เปลี่ยนใจไปมา เพราะการนวดแบบนี้ ค่อนข้างเจ็บ และอาจมีรอยเขียวช้ำ และบางครั้งอาจจะต้องเจอกับคำพูดที่ไม่เห็นด้วยจากคนรอบข้าง ผู้ป่วยที่โลเล จะท้อไปก่อน
    ผู้ป่วยที่มารักษาแล้วหาย ส่วนใหญ่จะมีทัศนคติคล้ายๆ กัน คือ เมื่อตัดสินใจจะรักษาที่ใดแล้ว จะลองรักษาจนสุดทาง ถ้าไม่หาย ค่อยพิจารณาทางอื่น และ จะขอเลือกพิจารณาเองว่าควรรักษาทางไหนโดยปราศจากอคติจากคนรอบข้าง
  1. เวลานวด เจ็บครับ คนที่ทนเจ็บไม่ค่อยได้ จะมาแค่ครั้งเดียวครับ ถ้ามานวดครั้งเดียวแล้วดีขึ้นเลย ก็ถือว่าโชคดีไปครับ แต่ถ้ามาครั้งเดียวแล้วไม่หาย ก็จะไม่มาต่ออีก เพราะมันเจ็บ แต่ถึงจะไม่เห็นผล ไม่ได้แปลว่าไม่ได้สลายออก ส่วนใหญ่มาครั้งแรกผมจะสลาย trigger point ไปให้เยอะๆ อยู่แล้วครับ เผื่อผู้ป่วยไปรักษาตัวต่อที่อื่น จะได้เห็นผล แต่มันจะเห็นผลได้แค่ระดับนึงครับ มันจะไม่หายขาดเพราะจะยังมี trigger point หลงเหลืออยู่
  2. ถึงแม้ว่า 90% ของผู้ป่วยที่มานวด จะเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกก็จริง มันก็จะยังมีผู้ป่วยอีก 10% ที่ไม่เห็นผลจากการนวดครั้งแรกครับ หรือแม้กระทั่งหลังการนวดครั้งที่ 2,3 การที่ไม่เห็นผลในครั้งแรกๆ นั้น ไม่ได้แปลว่ารักษาไม่หายนะครับ แต่มันแปลว่า ผู้ป่วยมี trigger point ในกล้ามเนื้อแต่ละชั้นเยอะมากๆ มากเสียจนกระทั่ง การนวดสลายออกไปในครั้งแรกๆ นั้น ไม่สามารถทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเห็นผลลัพธ์ที่แตกต่างได้ ผู้ป่วยที่เข้าใจการรักษา จะมานวดต่อเรื่อยๆ จน trigger point ค่อยๆ โดนสลายออกจนหมด และจะหายในที่สุดครับ

    ผู้ป่วยที่ไม่เข้าใจการรักษา จะต่อว่า ว่านวดแล้วไม่หาย แล้วก็จะไม่มาอีก ซึ่งก็จะไม่หาย หรืออาจจะดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อไปรักษาต่อที่อื่น ตามเหตุผลด้านบน แต่มันจะไม่หายขาด และจะยังสามารถส่งผลเรื้อรังต่อไปในอนาคตได้ครับ
  3. ในผู้ป่วยที่เป็นสะสมมานานนั้น (เกิน 3 ปี) บางท่านไม่รู้ตัวว่าเป็นสะสมมานาน ในครั้งแรกๆ ของการรักษาผู้ป่วยอาจจะดีขึ้นอย่างมาก บางท่านรู้สึกว่าแทบจะหายเลย แต่หลังจากนั้นอาจจะมี 1-2 ครั้ง ที่เมื่อนวดสลายไปแล้ว ผู้ป่วยกลับมามีอาการปวดเหมือนเดิมทุกอย่าง นั่นคืออาการปะทุขึ้นมาของ trigger point ที่ซ่อนอยู่ในกล้ามเนื้อชั้นในๆ ที่ยังไม่ได้สลายออกผู้ป่วยบางท่านจะตกใจแล้วจะคิดไปเองว่า คงรักษาไม่หายแล้ว แล้วหยุดรักษาไปกลางครัน ดังนั้นอาการที่เคยดีขึ้นไปแล้วก็จะหยุดอยู่แค่ตรงนี้ หรืออาจจะดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อไปรักษาต่อที่อื่น ตามเหตุผลด้านบน แต่ถ้าผู้ป่วยรับฟังและทำความเข้าใจในสิ่งที่อธิบาย แล้วอดทนมานวดต่อจนสลาย trigger point ตัวที่เป็นปัญหาได้หมด ผู้ป่วยก็จะอาการดีขึ้นและหายในที่สุดครับ
  4. ผู้ป่วยที่มีอาการในหลายๆ จุดในร่างกาย เช่น มีอาการทั้ง คอ แขน หลัง สะโพก หัวเข่า เวลารักษา อาจจะมีอาการย้ายที่ปวดไปมา เช่น พอบริเวณคอดีขึ้น บริเวณหลังก็จะปวดมาก พอนวดแก้หลังจนดีขึ้น เข่าก็อาจจะมีอาการปวด แล้วก็จะวนเวียนสลับปวดไปมาแบบนี้หลายรอบ จนกว่าจะแก้ออกได้หมดทุกจุด ซึ่งต้องใช้เวลานานครับกว่าจะสลายออกได้หมดในทุกๆ จุด แล้วถ้าเป็นมาลักษณะนี้ เป็นลามทั้งตัว ผมถือว่าอาการหนักครับ แก้ยาก ยังไงก็ต้องนวดหลายครั้งครับ ดังนั้นถ้าผู้ป่วยไม่เข้าใจหรือใจร้อน และไม่ได้คอยสังเกตอาการตัวเองว่า บางจุดหายปวดแล้ว บางจุดยังปวดอยู่ ผู้ป่วยจะเหมารวมว่า นวดแล้วยังปวดเหมือนเดิม นวดแล้วไม่หาย แล้วสุดท้ายผู้ป่วยก็จะหยุดรักษากลางครันครับ
  5. ผู้ป่วยบางท่าน มีอาการแอบซ่อนในบริเวณต่างๆ โดยที่ไม่รู้ตัวมาก่อนยกตัวอย่างเช่น ผู้ป่วยที่มาด้วยอาการปวดหลังร้าวลงขา เมื่อมานวดสลายออก อาการปวดหลังร้าวลงขาหายไป แต่ไปปวดข้อเท้าแทน ลักษณะนี้คือ ผู้ป่วยมีอาการข้อเท้ามาก่อนอยู่แล้ว เพียงแต่อาการปวดหลังมันรุนแรงกว่า ร่างกายจึงแสดงอาการปวดหลังออกมาก่อน พออาการปวดหลังเริ่มดีขึ้น (อาจจะไม่ถึงกับต้องหายปวดหลัง เพียงแค่ปวดเบาบางขึ้น) ข้อเท้าก็จะแสดงอาการปวดออกมาแทนลักษณะนี้ผมจะเรียกว่า เป็นการย้ายที่ปวด/ชา บางท่านย้ายจากด้านซ้ายไปขวา บางท่านย้ายจากปวดคอไปเป็นปวดหลัง บางท่านย้ายจากปวดหลังไปปวดเข่า อาการนี้ พบบ่อยมาก เพราะผู้ป่วยที่มารักษากับผมส่วนใหญ่ อาการจะลามไปเยอะแล้วแต่ไม่รู้ตัว เมื่อทำการรักษาไปเรื่อยๆ อาการที่เคยหลบซ่อนอยู่ จะแสดงออกมาให้เห็นทีละส่วนๆ ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องดี เพราะจะได้แก้ออกให้หมดไปเลยทุกส่วน และจะได้ไม่กลายเป็นปัญหาต่อในอนาคต
  1. โรคความดันสูง — ต้องทานยาคุมความดันมาก่อนนวด
  2. โรคหัวใจ — ไม่รับนวดบริเวณ คอบ่าไหล่ แต่ถ้าเป็นบริเวณอื่นนวดได้
  3. โรคเบาหวาน — นวดได้ครับ
  4. โรคกระดูกพรุน — ไม่รับนวดครับ
  5. น้ำหนักเกิน 80 kg — ไม่รับนวดครับ
  6. มีรอยฟกช้ำจากอุบัติเหตุ — ไม่รับนวดครับ
  1. ไม่รับนวดครับ รอให้คลอดก่อนค่อยมานวดครับ
  1. ที่นี่มีชุดให้เปลี่ยนครับ เสื้อผ้าทุกชุดที่นี่ซักด้วยน้ำร้อนเพื่อฆ่าเชื้อโรคครับ
  2. แต่ถ้าอยากจะนำชุดมาเปลี่ยนเอง ขอเป็น กางเกงบอลใหญ่ๆ หลวมๆ และเสื้อคอกระเช้าหลวมๆ (สำหรับผู้หญิง) ครับ
  1. มีครับ สามารถจอดรถริมถนนฝั่งตรงข้ามตึกสีชมพู หรือจะเข้าไปจอดในลานโล่งๆ ที่มีรถใหญ่จอดอยู่ก็ได้ครับ
  1. หากต้องการจองคิว จะต้องโทรนัดวันเวลาก่อนนะครับ และจะต้องมีการโอนมัดจำ 1000.- เพื่อเป็นการล็อคคิวครับ
  2. ในบางช่วง คิวอาจจะค่อนข้างยาวนะครับ หากรอไม่ไหว ผู้ป่วยสามารถไปฉีดยาบรรเทาปวดก่อนได้ แล้วค่อยมาแก้ตัวต้นเหตุออก หรือจะไปรักษาที่อื่นก่อนก็ได้ครับ ถ้าไม่หายแล้วค่อยกลับมา ผู้ป่วยสามารถกดติดตามเพจผมได้ ที่นี่ ในระหว่างที่ยังไม่สะดวกเข้ามานวดครับ ค่อยๆ ศึกษาข้อมูลรวมถึงผลการรักษาไปครับ ไม่ต้องรีบร้อน อยากจะให้มั่นใจก่อนครับแล้วค่อยมานวด เพราะถ้ามั่นใจ จะเข้าใจในสิ่งที่อธิบาย แล้วจะมานวดจนหายครับ
Close Menu